ชีพลักษณ์ และนิเวศวิทยาของกำปอง (Microtoena insuavis (Hance) Prain ex Briq.) บริเวณลุ่มน้ำย่อยแม่ลาย อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
Phenology and Ecology of Microtoena insuavis (Hance) Prain ex Briq.) at Maelay Sub-Watershed area, Mae On District, Chiang Mai Province



สุนิตย์ษา สุทธิรักษ์ สุธีระ เหิมฮึก ขนิษฐา เสถียรพีระกุล และเกรียงศักดิ์ ศรีเงินยวง

บทคัดย่อ

กำปอง (Microtoena insuavis) เป็นพืชที่รู้จักกันน้อย และเป็นที่มาของภูมินามแม่กำปอง วัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อทราบลักษณะสัณฐาน ชีพลักษณ์ และนิเวศวิทยาของกำปอง บริเวณลุ่มน้ำย่อยแม่ลาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยจำแนกวิธีการศึกษาเป็นสองส่วนคือ 1) ลักษณะสัณฐาน และชีพลักษณ์ ทำการคัดเลือกกล้ากำปอง จำนวน 5 ต้น ศึกษาลักษณะ การเจริญเติบโตด้านความสูง ความโตคอราก การเปลี่ยนแปลงของใบจนถึงการออกดอก ผล และเมล็ดในระยะเวลา 1 ปี นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับปัจจัยแวดล้อม (อุณหภูมิเฉลี่ยและปริมาณน้ำฝน) และ 2) นิเวศวิทยาของกำปองทำการเดินสำรวจตามเส้นลำน้ำที่ 1-4 และวางแปลงสำรวจแบบชั่วคราวขนาด 10 เมตร x 10 เมตร ในเส้นชั้นที่ 1 และ 3 ที่พบการกระจายของกำปอง เส้นลำน้ำละ 4 แปลง บันทึกชนิดพรรณพืช และจำนวนที่พบทุกวิสัยพืช ในกรณีกำปองทำการวัดความโตคอราก และความสูงทั้งหมด และเก็บปัจจัยแวดล้อมด้านภูมิประเทศ และความเข้มแสงในแปลง ผลการศึกษาพบว่า ชีพลักษณ์ของกำปอง สามารถจำแนกช่วงการเจริญเติบโตออกเป็น 4 ระยะคือ ระยะต้นกล้า (Seedling stage) ระยะเยาว์วัย (Juvenile stage) ระยะออกดอก (Anthesis stage) และระยะติดเมล็ด (Frutescence stage) โดยการเจริญเติบโตของกำปองในด้านความโตคอราก และความสูงทั้งหมดตลอดชีพลักษณ์ของกำปอง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอุณหภูมิเฉลี่ย (r = 0.20 และ 0.23 ตามลำดับ) และพบว่าความโตคอราก และความสูงทั้งหมด มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณน้ำฝน (r = 0.48 และ 0.27) ในทางตรงกันข้ามความยาวช่อดอกมีความสัมพันธ์เชิงลบกับอุณหภูมิเฉลี่ย และปริมาณน้ำฝน (r = 0.18 และ 0.29) แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิเฉลี่ยและปริมาณน้ำฝนมีผลต่อการเติบโตของกำปอง อย่างไรก็ตามอุณหภูมิเฉลี่ยและปริมาณน้ำฝนที่สูงเกินไปกลับส่ง ผลกระทบต่อการเติบโตของช่อดอกที่เจริญเป็นผลในอนาคต ในส่วนนิเวศวิทยาของกำปอง บริเวณเส้นลำน้ำที่ 1 และ 3 พบจำนวนต้นกำปอง ขนาดความโตคอรากเฉลี่ย และความสูงเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมทางกายภาพ คือ ทิศด้านลาด ความลาดชัน ระยะห่างจากแหล่งน้ำ และความเข้มแสง ที่มีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิตินั่นเอง ผลการศึกษาสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการอนุรักษ์กำปอง พืชที่เป็นภูมินามให้คงอยู่คู่ชุมชน และสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนแม่กำปอง ด้านการใช้ประโยชน์เป็นพืชสมุนไพรในอนาคต

Abstract

Kampong (Microtoena insuavis) is a plant which is not well?known and it is the origin of the name (Toponymy) ? Mae Kampong. This is a morphological/ phenological and ecological studies of Kampong in Maelay sub ? watershed area, Chiang Mai Province. This study was divided into two parts as follows: 1) characterizing Kampong?s morphological and phenological study. Five Kampong seedlings were selected in order to investigate their growth characteristics in terms of total height (H), root collar diameter (D0), changing of leaves, flowers, fruit and seed during a period of one year. And 2) ecological study of Kampong; a walking survey along the 1-4 streamlines was performed prior to setting up 10 m x 10 m temporary survey plots in 1st and 3rd streamlines where Kampong stems were found (4 plots in each streamline). In each plot, types and numbers of plants found in the area in all habits were recoded. In the case of Kampong, D0 and H are measured together with recording the environmental factors, namely topographic and light intensity. Results of the study showed that the morphological/phenological characteristics of Kampong in terms of phenological growth could be classified into 4 stages: 1) seedling stage; 2) juvenile stage; 3) anthesis stage; and 4) frutescence stage. Findings showed that growth performance of Kampong on the basis of D0 and H throughout the 4 phenological growth stages were positively correlated with average temperature (r = 0.20 and 0.23, respectively). Also, it was found that D0 and H were positively correlated with the amount of rainfall (r = 0.48 and 0.27, respectively). In contrast, inflorescent length has negatively correlated with the average temperature and the amount of rainfall (r = 0.18 and 0.29, respectively). It indicated that an average temperature and rainfall affect Kampong's growth. However, increasing of average temperatures and rainfall affect inflorescent growth. Regarding ecology of Kampong, it is found that the 3rd streamline has higher plant diversity than the 1st streamline. When comparing D0 and H between the areas in streamline 1st and 3rd, non-statistical difference was found. Likewise, non-statistically difference was found when comparing physical environmental factors i.e. % slope, aspect, distance from water sources, and light intensity between the two streamline areas. Results from this study can provide basic information for the conservation of Kampong, which is a toponymy area. Furthermore, knowledge on Kampong could lead the way to identity building for Mae Kampong community based on Kampong?s utilization, possibly as a medicinal plant.