ชนิดและความมากมายของสัตว์ป่าที่เสียชีวิตจากการถูกรถชนบนถนนสายหลัก ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
Species and Abundance of Road-Killed Wildlife Carcasses on the Main Route in Khao Yai National Park



ณัฐพัฒน์ รัตนวนาวงศ์ นริศ ภูมิภาคพันธ์ อดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต และ อุทิศ กุฏอินทร์

บทคัดย่อ

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าที่เสียชีวิตจากการถูกรถชนและรถทับ บนถนนสายหลักในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งแต่ ด่านเก็บค่าธรรมเนียมศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ (ทางหลวงหมายเลข 2090 กม.ที่ 23-40) ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมเนินหอม (ทางหลวงหมายเลข 3077 กม.ที่ 12-43) ระยะทางรวม 48 กิโลเมตร เก็บข้อมูลเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 แบ่งการเก็บข้อมูลเป็น 2 ช่วง ได้แก่ วันหยุด คือ วันเสาร์ 52 วัน และวันธรรมดา 156 วัน การเก็บข้อมูลในแต่ละวันแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ในช่วงเช้าเพื่อเก็บสัตว์ป่าที่ถูกรถชนตายในช่วงเวลากลางคืน และในช่วงก่อนค่ำเพื่อเก็บสัตว์ป่าที่ถูกรถชนตายในช่วงเวลากลางวัน นอกจากนี้ทำการแบ่งฤดูกาลติดตามออกเป็นฤดูแล้งและฤดูฝนพบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกรถชนทั้งหมดอย่างน้อย 95 ชนิด แยกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 11 ชนิด 11 สกุล 10 วงศ์ 6 อันดับ นก 19 ชนิด 17 สกุล 11 วงศ์ 5 อันดับ สัตว์เลื้อยคลาน 46 ชนิด 29 สกุล 11 วงศ์ 2 อันดับ และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 8 ชนิด 8 สกุล 5 วงศ์ 1 อันดับ พบจำนวนซากสัตว์ป่าที่ถูกรถชนทั้งหมด 391 ตัว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 58 ตัว (14.83 %) นก 30 ตัว (7.67 %) สัตว์เลื้อยคลาน 264 ตัว (67.52 %) และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 39 ตัว (9.98 %) จำนวนรถและจำนวนนักท่องเที่ยวกับสัตว์ป่าที่เสียชีวิตมีความสัมพันธ์น้อย (R2 = 0.1952, R2 = 0.1761) วันในสัปดาห์ที่สัตว์ป่าถูกรถชนตายมากที่สุด คือ วันพุธ จำนวน 115 ตัว (29.41 %) ช่วงเวลาที่สัตว์ป่าถูกรถชนตายมากที่สุด คือ ช่วงตอนกลางวัน จำนวน 220 ตัว (56.27 %) เดือนที่สัตว์ป่าถูกรถชนตายมากที่สุด คือ เดือนมีนาคม 2561 จำนวน 77 ตัว (19.69 %) ฤดูกาลที่สัตว์ป่าถูกรถชนตายมากที่สุด คือ ฤดูแล้ง จำนวน 214 ตัว (54.73 %) ตำแหน่งที่สัตว์ป่าถูกรถชนตายมากที่สุด คือ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 38-39 ของทางหลวงหมายเลข 3077 เนื่องจากด้านข้างของถนนมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สัตว์ป่าหลายชนิดเข้ามาใช้ประโยชน์ จึงทำให้เกิดรถชนหรือรถทับได้ ดังนั้น บริเวณดังกล่าวควรติดตั้งป้ายเตือน จัดทำคันชะลอความเร็ว หรือการสร้างช่องทางให้สัตว์ป่าข้ามผ่านหรือลอดผ่านได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกในการใช้เส้นทางให้แก่นักท่องเที่ยวได้ตะหนักถึงอันตรายต่อสัตว์ป่าบริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมด้วย

Abstract

This study aimed to detect wildlife species and number which were killed by crashed vehicle on the main route road in Khao Yai National Park, approximately 48 kilometers which started from the Shrine of Palad-jang entrance fee station, Nakhon Ratchasima Province, highway number 2090 (23-40) to Nern Hom entrance fee station, Prachin Buri Province, highway number 3077 (12-43). There were recorded the dead wildlife in the morning (considering the wildlife already died in at night) and in the evening (considering the wildlife already died all daytime) that divided for 4 days in each week (Monday, Wednesday, Friday and Saturday) in every month from February 2018 to January 2019. The results indicated that there were 95 species of dead wildlife which classified into 11 species 11 genus, 10 families 6 orders of mammals, 19 species 17 genus 11 families 5 orders of birds, 46 species 29 genus 11 families 2 orders of reptiles and 8 species 8 genus 5 families 1 order of amphibian. Moreover, 391 died wildlife were crashed by vehicle which separated that 58 mammals (14.83%), 30 birds (7.67%), 264 reptiles (67.52%) and 39 amphibians (9.98%). The result of regression analysis between the amount of vehicle and died wildlife was slightly correlation (R2= 0.1952) included minimally between the tourists and dead wildlife (R2= 0.1761). Furthermore, the day that have the highest number of died wildlife was on Wednesday (29.41%). Wildlife was mostly killed during the daytime (56.27%). In addition, died wildlife was significantly high in March (19.69%). The wildlife was remarkably crashed in summer (54.73%), particular at highway number 3077 (38-39). Because of there are the large water resources in west of road that led various species of wildlife come to utilize and high accidental occurred. Thus, in these areas the warning signs should be set up, included, the reduced speed block or create the wildlife corridors. In addition, the awareness on utilized the main road should be announced to the tourist at both entrance fee stations.