ลักษณะโครงสร้างและองค์ประกอบของชนิดพันธุ์ไม้ในสังคมพืชป่าเต็งรังที่มีหวายนั่ง บริเวณบ้านลาดสมบูรณ์ใหม่ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
Structure and composition of tree species in deciduous dipterocarp forest where Calamus acanthophyllus was found within Ban Lad Somboon Mai, Huai Yang Sub-district, Mueang Sakon Nakorn District, Sakon Nakorn Province.
นฤเบศน์ ดวงศรี วิชญ์ภาส สังพาลี เนตรนภา อินสลุด จุฑามาศ อาจนาเสียว สุธีระ เหิมฮึก และเกรียงศักดิ์ ศรีเงินยวง
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะโครงสร้างและองค์ประกอบของชนิดพันธุ์ไม้ป่าเต็งรังที่มีหวายนั่ง และศึกษานิเวศวิทยาบางประการของหวายนั่ง ในพื้นที่ที่ถูกรบกวนแตกต่างกัน คือ พื้นที่ป่าเต็งรังที่มีการป้องกันไฟ (แปลง 1) พื้นที่ป่าเต็งรังที่ฟื้นตัวจากการทำการเกษตร (แปลง 2) และ พื้นที่ป่าเต็งรังที่มีไฟป่าเป็นประจำ (แปลง 3) โดยทำการวางแปลงตัวอย่างถาวรขนาด 50 x 100 เมตร พื้นที่ละ 1 แปลง ทำการวัดและบันทึกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก (DBH) ของพรรณไม้ต้นทุกชนิดตั้งแต่ 1 เซนติเมตรขึ้นไป บันทึกตำแหน่งต้นไม้ทุกต้น พร้อมสุ่มวัดความสูง และวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคอรากและความสูง ของหวายนั่ง ผลการศึกษาพบว่า ความหนาแน่นของไม้ยืนต้น และพื้นที่หน้าตัดต่อพื้นที่ แปลงที่ 1 แปลงที่ 2 และ แปลงที่ 3 เท่ากับ 1,284, 1,196, 1,842 ต้นต่อเฮกตาร์และ 6.96, 7.93, 8.01 ตารางเมตร ตามลำดับ ค่าดัชนีความสำคัญทางนิเวศวิทยา (IVI) สูงสุด ของแปลงที่ 1 2 และ 3 คือ แดง พลวง และ พลวง มีค่าเท่ากับ 86.23, 188.88 และ 112.86 ตามลำดับ ในขณะที่จำนวนชนิด และดัชนีความหลากชนิด (Shannon-Wiener index) เท่ากับ 19, 17, 23 ชนิด และ 1.59, 1.16, 1.485 ตามลำดับ การกระจายตามชั้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของไม้ทุกต้นในแปลงที่ 3 เป็นแบบ negative exponential บ่งบอกถึงสภาพการเติบโตทดแทนตามธรรมชาติเป็นไปด้วยดีและป่าอยู่ในช่วงการฟื้นตัว ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกและความสูงของไม้ยืนต้นในรูปสมการ hyperbolic มีค่า Hmax สูงสุดในแปลงที่ 1 เท่ากับ 18.44 เมตร ส่วนการศึกษานิเวศวิทยาบางประการของหวายนั่ง พบว่า จำนวนหวายนั่งที่พบในแปลง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่คอรากเฉลี่ย ขนาดความสูงค่าเฉลี่ย และ ขนาดความสูงสูงสุด ของทั้ง 3 แปลง พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นการจัดการพื้นที่และหรือการถูกรบกวนทั้งจากมนุษย์และไฟป่าส่งผลต่อปริมาณและการเติบโตของหวายนั่ง
ASRERACT
This study was conducted to evaluate structure and composition of tree species in the deciduous dipterocarp forest where Calamus acanthophyllus was found. Three studied areas with different degrees of disturbance was selected, including, protected fire area (plot 1), reestablished area from farming activity (plot 2), and non protected fire area (plot 3). The permanent plot, 50 x 100 m, was set up in each area. In each plot, all trees with diameter at breast height (DBH) over than 1 cm were identified and measured of DBH and height of randomly selected trees, including the position of all trees were also recorded. In addition, diameter at root collar and height of C. acanthophyllus were measured. It was found that tree density and total basal area of plot 1, 2 and 3 were 1,284, 1,196 1,842 stands/ha, 6.96, 7.93, 8.01 m2/ha, respectively. Plants with the highest Importance Value Index (IVI) for plot 1, 2 and 3 were Tectona grandis Linn.f., Dipterocarpus tuberculatus Roxb. and D. tuberculatus Roxb., with the IVI of 86.23, 188.88 and 112.86 %, respectively while numbers of plant species and diversity index (Shannon-Wiener index) were 19, 17, 23 species and 1.59, 1.16, 1.485, respectively. Distribution of trees among different DBH classes for plot 3 was found to be in a negative exponential form indicating that the forest in this plot was in a reestablishment stage. Relationship between DBH and height in form of hyperbolic equation yielded the highest Hmax in plot 1 at 18.44 m. In terms of C. acanthophyllus ecology, it found that the average diameter at root collar, average height, and maximum height in all plots were statistically different. It maybe concluded that area management and/or degree of disturbance from both from human activities and fire could have an impact on number and growth of C. Acanthophyllus.
Download